สหรัฐฯ ใช้หุ่นยนต์ทำงานแทนคนเพิ่มขึ้นสองเท่า

       รายงานจากกลุ่มวิจัยของมูลนิธิ Century Foundation ระบุว่าจำนวนหุ่นยนต์ที่ใช้ในสถานที่ทำงานทั่วสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นสองเท่า จากปี พ.. 2552 ถึงปี 2560 หุ่นยนต์ส่วนใหญ่ทำงานในฝ่ายการผลิตทั่วรัฐในแถบมิดเวสต์ หรือแถบตอนกลางของสหรัฐฯ ส่งผลกระทบต่อการสูญเสียงานด้านการผลิต 

       ปัญหานี้อาจทำให้ผู้คนต้องย้ายถิ่นฐานหรือย้ายงานมากขึ้น แต่บรรดาบริษัทธุรกิจต่าง ที่ขยายตัวโดยไม่ต้องอาศัยเทคโนโลยี ไม่ต้องพึ่งพาหุ่นยนต์ สามารถรับมือกับปัญหานี้ได้ 

      รัฐบางรัฐในแถบมิดเวสต์มีการใช้หุ่นยนต์มากกว่าพื้นที่อื่นถึงสองเท่า ซึ่งทำให้ผู้คนในบริเวณนั้น ได้รับความเดือดร้อน

 

        ที่รัฐมิชิแกน โอไฮโอ อินเดียนา อิลลินอยส์ และวิสคอนซิน มีอัตราการใช้แรงงานหุ่นยนต์สูงที่สุด ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นในธุรกิจด้านการผลิตซึ่งหุ่นยนต์จะทำงานที่ไม่ซับซ้อนมากนักในแต่ละวัน รวมถึงการประกอบสิ่งต่าง เข้าด้วยกัน การลำเลียงสินค้า เชื่อม หรือทาสี เป็นต้น

          คนงานที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดจากการถูกหุ่นยนต์เหล่านี้แย่งงาน คือกลุ่มคนหนุ่มสาว ซึ่งมีระดับการศึกษาน้อยกว่าคนงานกลุ่มอื่น ส่วนชายและหญิงอเมริกันเชื้อสายแอฟริกันก็ประสบปัญหาสูญเสียงานมากที่สุดด้วย

          คนงานในสหรัฐฯ ที่ต้องเปลี่ยนงาน มักต้องเปลี่ยนอาชีพ และรับค่าจ้างที่ต่ำกว่าเดิม ซึ่งอาจกลายเป็นปัญหาเมื่อมีการย้ายงานจำนวนมาก จนนำไปสู่การเกิดปัญหาแรงงานล้นตลาดในบางอุตสาหกรรม และหากความต้องการด้านแรงงานไม่เพิ่มขึ้นรวดเร็วมากพอ ค่าแรงก็จะเริ่มลดลง

ศาสตราจารย์ Rodgers เรียกร้องให้บรรดานายจ้างพัฒนามาตรการที่ดีขึ้นในการให้ความช่วยเหลือพนักงานที่ต้องเปลี่ยนงาน หากพบวิธีการแก้ปัญหาที่ถูกต้อง คนงานที่ถูกหุ่นยนต์แย่งงานอาจสามารถลงเอยด้วยการได้ทำงานในตำแหน่งที่จ่ายค่าจ้างสูงกว่าเดิม โปรแกรมให้ความช่วยเหลือลูกจ้างที่ตกงานควรให้ความรู้ตลอดจนการฝึกอบรมเพื่อช่วยเตรียมความพร้อมให้กับพนักงานเหล่านั้นสำหรับเส้นทางอาชีพสายใหม่ และในตอนนี้ก็เป็นเวลาที่ดีที่สุดในการเตรียมตัวรับมือกับแรงงานหุ่นยนต์ที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น

 

 

Credit  By : Voa Tha

Comments are closed.