รถเข็นช้อปปิ้งอัจฉริยะ ไร้แคชเชียร์

เทคโนโลยีที่ก้าวกระโดด  รวมการสแกนภาพและการเซ็นเซอร์น้ำหนัก  ทำให้ระบุรายการโดยไม่ต้องสแกนบาร์โค้ด  และเกิดการประดิษฐ์ รถเข็นช้อปปิ้งอัจฉริยะ

 

Caper เป็นผลจากการคิดค้น การประดิษฐ์ก่อนหน้า ที่เรียกว่า QueueHop  เป็นอุปกรณ์แท็กติดไว้กับสินค้า เพื่อรักษาความปลอดภัย และเพื่อไม่ต้องมีแคชเชียร์ตอนคิดเงินสินค้า   แต่ในระหว่างการทำนั้นเขาค้นพบว่า  มันยากที่จะต้องทำการปรับขนาดผลิตภัณฑ์  และที่ต้องคิดใหม่เกี่ยวกับขั้นตอนการปฏิบัติงานของผู้ค้า ดังนั้น ทีมงานจึงทำการสำรวจใหม่รอบ ๆ นิวยอร์คเพื่อพูดคุยกับพ่อค้า  150 รายและค้นพบว่า คำตอบ ก็คือ   รถเข็นช้อปปิ้ง 

 รถเข็นเวอร์ชั่นแรก ของ Caper ช่วยให้ลูกค้าสามารถสแกนบาร์โค้ดของรายการสินค้า และสามารถชำระเงินในรถเข็นด้วยการรูดบัตรเครดิตหรือแตะ Apple / Android Pay  โดยที่ใบเสร็จจะถูกส่งไปยังอีเมลของพวกเขา แต่ทุกครั้งที่สแกนรถเข็นจะถ่ายภาพ 120 ภาพและชั่งน้ำหนักสิ่งของอย่างแม่นยำ เพื่อฝึกอัลกอริธึมการมองเห็น   Caper เปรียบเสมือนกับวิธีที่ Tesla กำลังมุ่งเน้นไปทีการขับเคลื่อนที่ไปด้วยตัวเอง

 

 ในอีกไม่ช้า Caper  จะสามารถสแกนสินค้าได้อย่างดีเยี่ยมและแม่นยำ  และส่วนของร้านค้าที่เป็นโครงการทดสอบการใช้เทคโนโลยีนี้อยู่แล้ว จะได้มีกล้องติดในรถเข็น  และใช้เทคโนโลยีการรับรู้ภาพที่จับคู่กับเซ็นเซอร์น้ำหนัก  เพื่อระบุว่าสินค้าที่ลูกค้าโยนไปในรถเข็นของลูกค้า เหมือนลูกค้าของคุณซื้อสินค้าเหมือนปกติ แต่สามารถจ่ายเงินได้เลย  โดยไม่ต้องมีสายเชื่อมต่อกับอะไร  Caper จะช่วยดึงฟีดความปลอดภัยที่มีอยู่ของร้านค้า  มาช่วยตรวจจับการขโมยสินค้าภายในร้านซึ่งอาจเป็นความเสี่ยงที่ใหญ่กว่าการที่ติดระบบบนเพดานและชั้นวางสินค้า แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหา ราคาของรถเข็นช้อปปิ้งอัจฉริยะนี้ ไม่ได้แพงไปกว่ารถเข็นช็อปปิ้งทั่วไปมากนัก และถ้าจะเทียบกับร้านค้าอื่นๆ ที่ไม่ได้ใช้ ก็ควรเทียบเคียงกับราคาของการดำเนินการชำระเงินด้วยตนเองแบบดั้งเดิม ร้านค้าที่ซื้อ รถเข็นช้อปปิ้งอัจฉริยะ นี้จ่ายแค่ค่าสมัครเพื่อใช้ซอฟท์แวร์นี้  และได้รับการอัพเกรดฮาร์ดแวร์ฟรี  

 

 Caper  ตั้งใจและมุ่งหวังที่จะมอบผลประโยชน์  3 ข้อให้กับร้านค้าปลีกก็คือ  การหาพนักงานแคชเชียร์ที่จะมาช่วยลูกค้าสำหรับการเลือกซื้อสินค้าได้มากขึ้น   และเก็บสินค้าบนชั้นวางสินค้าได้  แต่อีกไม่นานเทคโนโลยีนี้ก็มีแนวโน้มที่จะลดจำนวนพนักงานจำนวนมาก ข้อที่สอง  ความสะดวกและค่าใช้จ่ายสำหรับการเปลี่ยนนี้ที่ไม่แพง  หมายความว่า  ธุรกิจจะสามารถคืนการลงทุนและเพิ่มรายได้ได้   เมื่อผู้ซื้อซื้อสินค้าเป็นจำนวนมากขึ้น และข้อที่สาม Caper ต้องการได้รับข้อมูลที่รถเข็นช้อปปิ้งอัจฉริยะเหล่านี้ เก็บรวบรวม (ที่แล่นไปบนเส้นทางผ่านร้านค้าชั้นวางของลูกค้าที่วางไว้ด้านหน้าและอื่น ๆ และต้องการแชร์ข้อมูลที่เก็บรวบรวมได้ ให้กับคู่ค้าของร้านค้าปลีกเพื่อให้พวกเขาสามารถปรับปรุง และวางแผนงานพวกเขาให้เหมาะสม

 

 หน้าจอของ Caper จะแสดงและติดตามรายการสินค้าที่คุณเพิ่มลงในรถเข็นได้  สามารถแสดงส่วนลดและคำแนะนำการซื้อได้

 

 ข้อได้เปรียบอย่างหนึ่งที่สำคัญเหนือคู่แข่ง  ก็คือ เพดานร้าน ชั้นวางสินค้า  Caper สามารถส่งเสริมข้อเสนอเกี่ยวกับสินค้าใกล้เคียงหรือรายการที่เกี่ยวข้องได้ และในอนาคตจะมีแผนที่จะเพิ่มคำแนะนำตามสิ่งที่อยู่ในรถเข็นของลูกค้า  เพื่อช่วยลูกค้าหาสินค้าต่างๆ ได้ง่ายขี้น ต่อไปอาจจะมีการวางชิปในตะกร้า  เพื่อมองหาตำแหน่งสินค้าอื่นๆ ที่ใกล้เคียงและสินค้าที่ลดราคาได้ ตะกร้าช้อปปิ้งแบบสมาร์ทมือถือขนาดเล็ก  ก็จะสามารถขยายความสนใจของร้านขายของชำไปได้อีกให้กับ Caper ได้กลุ่มลูกค้าร้านขายของชำ สำหรับร้านค้าเล็ก ๆ  แต่การทำให้ Caper มีขนาดเบาพอที่จะถือ  ก็คิดว่าเป็นเรื่องท้าทาย

 ร้านค้าที่เห็นยอดขายสินค้าที่เติบโตจากรถเข็นช้อปปิ้งอัจฉริยะนี่แล้ว  สิ่งนี้ทำให้เขาตื่นขึ้นมาเพื่อจัดการกับห่วงโซ่อุปทานของ Caper เนื่องจากผลิตภัณฑ์นี้มีความต้องการไปยัง ซัพพลายเออร์ต่างๆ มากมาย การเริ่มต้นจะต้องดำเนินการอย่างรวดเร็วหากต้องการเป็นสิ่งที่แนะนำ  และสิ่งที่ต้องพัฒนาต่อไป ก็คือ  รถเข็นอาจจะต้องมีความทนทาน และสามารถต้านทานความร้อน  การสั่นสะเทือน  ฝน  คน  และการกระแทกไปรอบ ๆ  บางที่ Caper จะต้องสร้างตะกร้า หรือ รถเข็นช้อปปิ้งสินค้าให้ทนทาน เหมือนรถถัง ในอนาคตต่อไป  

 

Credit By : TechCrunch

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *