4 เคล็ดลับที่เจ้าของธุรกิจและนักพัฒนาซอฟท์แวร์ บรรลุเป้าหมายได้อย่างยอดเยี่ยม

 

 

ปัญหาการสื่อสารระหว่างนักพัฒนาและเจ้าของธุรกิจนั้นมีมานาน  ผ่านมาในอดีตปัญหานี้ส่งผลค่อนข้างมาก    และทำให้ทั้งสองฝ่ายไม่สามารถเข้าถึงแนวคิดการทำงานร่วมกันได้ โดยเฉพาะเรื่องทางเทคนิค                 เหตุผลก็คือ  เจ้าของธุรกิจ  ก็คือ คนที่ไม่ได้ใช้เทคนิคทางโนโลยี  และบางครั้งปัญหาก็คือ  ทัศนคติที่เชื่อมั่นตนเองของนักพัฒนาซอฟท์แวร์เอง

 

ปัจจุบันนี้เกิดการเปลี่ยนแปลงมากชึ้น  เมื่อเทคโนโลยีเข้าถึงได้มากขึ้น  กระบวนการด้านนี้ได้ถูกพัฒนาดีขึ้น การเรียนรู้ที่จะสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพกับนักพัฒนาซอฟท์แวร์เป็นสิ่งสำคัญสำหรับเจ้าของธุรกิจ   โดยเฉพาะงานด้านเทคโนโลยีซึ่งถ้าเจ้าของธุรกิจเลี่ยงที่จะไม่ทำเช่นนี้  จะทำให้เสียเวลาและงบประมาณโดยไม่จำเป็นอย่างแน่นอน และอาจนำไปสู่ความล้มเหลวของการทำโครงการต่างๆ ในเวลาต่อมา 

 

1.ความชัดเจนเรื่องความคาดหวังของการทำโครงการ

เจ้าของธุรกิจควรมีความชัดเจนเกี่ยวกับความคาดหวังสำหรับผลลัพธ์สุดท้ายของโครงการที่ทำ   เพราะแนวคิดหรือขอบเขตนั้นจะส่งผลกระทบต่อโครงการด้านเทคนิคมากมาย  แนวคิดเรื่องคุณลักษณะต่างๆ ของซอฟท์แวร์นั้นจะถูกวางแผนการและกำหนดขอบเขตตั้งแต่ขั้นตอนแรก  ส่วนฟีเจอร์ต่างๆที่ดูเหมือนจะเป็นเรื่องละเอียดปลีกย่อยนั้น  เช่น  ปุ่ม หรือวิดเจ็ตใหม่  แต่แท้ที่จริงแล้ว ต้องใช้ระยะเวลานานมากในการติดตั้งและมีกระบวนการ (และสามารถทำให้ต้องใช้เวลาทำงานมากขึ้นและใช้แรงงานมากขึ้นขณะดำเนินการพัฒนา) หากเจ้าของธุรกิจต้องการเปลี่ยนแปลงสิ่งต่างๆ เหล่านี้ต้องแจ้งและร้องขอโดยเร็วที่สุด

 

2.เปิดใจและรับฟัง

การสื่อสารกับทีมพัฒนาซอฟท์แวร์ แบ่งได้เป็นสองทาง ผู้ประกอบการที่ยึดติดหรืออาจจะมีความคิดจมอยู่กับการกำหนดลักษณะผลิตภัณฑ์ของตนเอง  บางทีอาจจะเกิดความผิดพลาดได้ ควรเปิดใจรับฟังข้อเสนอแนะที่สำคัญจากทีมพัฒนาซอฟท์แวร์  โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับความเป็นไปได้และระยะเวลา

การประเมินต้นทุนการดำเนินการได้อย่างแม่นยำสำหรับโครงการจัดทำซอฟต์แวร์นั้นเป็นเรื่องยาก แต่ก็เป็นสิ่งที่นักพัฒนาที่ดีก็ควรต้องทุ่มเทอย่างหนัก  ทีมพัฒนาซอฟท์แวร์ควรมีความเชี่ยวชาญ และให้ข้อเสนอแนะที่ชัดเจนและซื่อสัตย์  เมื่อประสบปัญหาความล่าช้าหรือมีความผิดพลาด   ปฏิกิริยาตอบกลับของผู้ประกอบการต่อข้อเสนอแนะก็มีความสำคัญต่อการสื่อสารกับนักพัฒนาซอฟท์แวร์ในอนาคต  เป้าหมายก็คือ  ควรมุ่งเน้นสิ่งที่สามารถทำได้เพื่อแก้ไขผลกระทบจากความล่าช้าและหลีกเลี่ยงการจับผิดจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด

 

3.ข้อควรจำที่สำคัญที่สุด ก็คือ ผลงานต้องคุ้มค่ากับสิ่งที่ลูกค้าจ่ายไป

นักพัฒนาซอฟท์แวร์ไม่ควรมีข้อยกเว้นต่างๆ สำหรับแนวความคิดที่ผ่านการทดสอบและเห็นชอบด้วยกันทั้งสองฝ่ายแล้ว โครงการนี้ควรถูกการพัฒนาเพื่อให้เกิดการทำได้จริงตามข้อตกลง  และเจ้าของธุรกิจก็สมควรจะได้รับงานที่คุ้มกับงบประมาณที่พวกเขาจ่ายจริง ๆ  โดยมีข้อยกเว้นน้อยมาก หรือ ไม่มีเลย  สำหรับทีมงานอื่นๆที่คิดค่าบริการแบบชั่วโมง หรือ รายวัน อาจฟังดูน่าสนใจมากกว่า หรือ ดูเหมือนว่าจะจ่ายน้อยกว่าปกติ   แต่หากโปรเจ็คไม่สามารถตอบสนองความต้องการหรือไม่ได้ผลลัพธ์ตามเป้าหมายของผู้ประกอบการได้ ก็อาจจะคาดเดาได้ว่าจะมีค่าใช้จ่ายมากขึ้นในระยะยาว

 

ความคาดหวังควรมีความสัมพันธ์กับต้นทุนด้วย  บางครั้งเจ้าของธุรกิจคาดว่า  นักพัฒนาที่ประสบการณ์น้อย หรือค่าจ้างที่ถูกกว่าจะแก้ปัญหาด้านโครงสร้างเกี่ยวกับซอฟท์แวร์ได้  แต่สำหรับนักพัฒนาที่มีราคาแพง หรือราคาที่สูงกว่า  และการมีการสื่อสารที่ชัดเจนและรัดกุม  จะสามารถดำเนินการการปรับปรุงการการดำเนินการโครงการได้แบบปกติ  และสถาปัตยกรรมของซอฟท์แวร์ที่ถูกออกแบบได้ดีกว่า และแข็งแกร่งกว่า  บางครั้งปัญหาความล่าช้าของโครงการ อาจะจะเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้  แต่ด้วยนักพัฒนาที่มีประสบการณ์  และค่าใช้จ่ายที่สูงกว่า  ปัญหาเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้นเป็นประจำอย่างแน่นอน

 

4.เข้าใจวิธีการของทีม

ในการจัดการความคาดหวังที่สมเหตุสมผล  สิ่งสำคัญ ก็คือ  การเข้าใจวิธีการของทีมงาน การรู้ว่าทีมพัฒนาทำงานอย่างไร บางทีมยังคงใช้วิธีการพัฒนาแบบดั้งเดิมมากกว่า แต่ทีมนักพัฒนาที่ทันสมัยส่วนใหญ่ใช้การพัฒนาแบบรวดเร็ว   รูปแบบการพัฒนาเกิดขึ้นจากประสบการณ์ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงกับการพัฒนาซอฟท์แวร์ระบบเดิม ๆ จากทีมพัฒนาแบบดั้งเดิม  

 

การทำความเข้าใจรูปแบบการทำงานของทีมพัฒนา  จะบอกได้ว่าเจ้าของธุรกิจให้ความสำคัญกับข้อมูลจำเพาะหรือข้อเสนอแนะแบบปรับเปลี่ยนได้ตลอดเวลา เมื่อโครงการดำเนินไปสักระยะแล้ว  เมื่อเกิดการวิพากษ์วิจารณ์โปรเจ็ค   ไม่ควรละเลยการแนะนำ  มุ่งเน้นขอบเขตการทำงานของทีมพัฒนาให้มีความก้าวหน้า  หมายความว่า แทนที่จะมุ่งเน้นไปที่คุณสมบัติการใช้งานโปรแกรมแบบดั้งเดิมหรือแบบเก่าๆนั้น  โครงการนั้นควรเสามารถเพิ่มเติมสิ่งต่างๆ ได้และต่อยอดการทำงานอื่นๆ ได้ในอนาคต  ทีมพัฒนาซอฟท์แวร์ที่มีคุณภาพและประสบการณ์ที่เชี่ยวชาญจะยอมรับการเปลี่ยนแปลงที่มีค่าเสมอ   โดยมีทีมสนับสนุนเฉพาะสำหรับลูกค้า

 

 

เคล็ดลับเหล่านี้จะช่วยให้เจ้าของธุรกิจ และนักพัฒนาด้านเทคโนโลยีสามารถพัฒนาความสัมพันธ์ที่เป็นประโยชน์และอยู่บนพื้นฐานของความเคารพซึ่งกันและกัน  และเพื่อสร้างความไว้วางใจกับทีมพัฒนาซอฟท์แวร์ เมื่อทั้งสองฝ่ายสามารถปรับปรุงและจัดการด้านความสัมพันธ์นี้   เมื่อเวลาผ่านไป กระบวนการพัฒนาจะทำให้สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ดีขึ้นเร็วขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าเดิม

 

เจ้าของธุรกิจ และธุรกิจองค์กรฯ ต่างๆ  สามารถขอคำปรึกษา การวิเคราะห์ธุรกิจ และการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ธุรกิจเพื่อเข้าสู่กระบวนการ Business Transformation โดยใช้เทคโนโลยีเพื่อต่อยอดธุรกิจสำหรับอนาคต 

 

HandyWings  ยินดีให้บริการและนำเสนอโซลูชั่นและเทคโนโลยีให้องค์กรและธุรกิจเตรียมพร้อมก้าวเข้าสู่ ยุดดิจิตัลอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน  

 

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *