Farmer’s Fridge สตาร์ทอัพรัฐชิคาโก ต้องการให้การหาซื้ออาหารเพื่อสุขภาพทำได้ง่าย เหมือนกับกดเงินจากตู้เอทีเอ็ม

Technology

อาหารเพื่อสุขภาพที่หาซื้อได้อย่างรวดเร็ว  เป็นหนึ่งในแนวคิดนี้ที่ดูเหมือนจะดีเกินจริง แต่ Farmer’s Fridge  สตาร์ทอัพชิคาโก ก็ทำได้ และเพิ่งปิดตัวซีรีส์ซีรอบ 30 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดย Innovation Endeavors ของ Google  CEOEric Schmidt ตั้งใจจะทำให้เป็นจริง

 Farmer’s Fridge   จะติดตั้งเครื่องขายสินค้าอัตโนมัติเพื่อให้บริการอาหารเพื่อสุขภาพ ได้แก่ สลัด แซนวิช granola ฯลฯ  สำหรับผู้ที่ต้องการหาซื้อและพกติดตัวไปในทุกๆ ที่ ราคาตั้งแต่ 5 ดอลลาห์  ถึงประมาณ 8 ดอลลาห์  และเพื่อให้แน่ใจว่าอาหารนั้นมีคุณภาพ เชฟของ  Farmer’s Fridge  จะนำเอา feedback จากลูกค้ามาเพื่อปรับแต่งเมนูและอาหารอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังมีพนักงานจำนวนมากที่จะเติมอาหารซึ่งจัดทำเป็นประจำทุกวัน  ตู้เย็นแช่สินค้า ของ Farmer’s Fridge  ทุกๆเช้า ลูกค้าคนหนึ่ง กล่าวว่า  “ฉันลองทดสอบรสชาติอาหาร  ตอนที่ฉันอยู่ในชิคาโกและฉันต้องยอมรับว่าดี”  และนื่คือหนึ่งความเห็นมาจากลูกค้าคนหนึ่งที่ไม่ชอบทานสลัด

จำนวนปริมาณสต๊อกอาหารเหลือน้อย ซึ่งคิดเป็นประมาณร้อยละ 5 นั่นก็เป็นเพราะว่า อัลกอริธึมการจัดสรรที่กำหนดจำนวนอาหารแต่ละประเภทที่จำหน่ายในแต่ละตำแหน่งของตู้ที่จำหน่าย   Farmer’s Fridge    มีระบบในการส่งมอบอาหารที่เหลือให้กับ Greater Chicago Food Depository ซึ่งเป็นธนาคารอาหารที่ทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์ต่างๆ 700 แห่งไม่ว่าจะเป็นครัวทำซุปต่างๆ หรือ ที่เก็บพักอาหารต่างๆ

“สมมติฐานสำหรับธุรกิจ ที่กำลังเกิดขึ้น ก็คือ  การตั้งตู้ขายอาหารสุขภาพบริเวณโรงภาพยนตร์  แต่ก็ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับการดูภาพยนตร์  แต่การเชื่อมต่อเดียวเท่านั้น  ก็คือ จะทำให้ผู้บริโภคทั่วไป ได้การหาซื้อที่สะดวกรวดเร็วและถูกกว่าและสะดวกสบายมากขึ้น  และไม่สูญเสียคุณภาพอาหารไปด้วยจากประสบการณ์การซื้อใหม่ๆ นี้”   ซีอีโอ และ ผู้ก่อตั้ง Farmer’s Fridge   กล่าวไว้

“ดังนั้นถ้าจะมีการเช่าเช่าภาพยนตร์จากตู้ขายสินค้า ก็น่าจะไม่มีอะไรที่แตกต่างออกไป” เขากล่าวเสริม  ” มันน่าจะเป็นเรื่องเดียวกัน ด้วยการซื้ออาหารกลับบ้านจากตู้ขายสินค้าในโรงภาพยนตร์  นับว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจ  เพราะธุรกิจที่ส่วนใหญมุ่งเน้นการให้ประสบการณที่ดีแก่ลูกค้า นับว่าเป็นสิ่งสำคัญที่สำคัญที่สุด  เพราะฉะนั้นถ้าคุณมีบริการที่ดี และถ้าเทคโนโลยีก็สามารถทดแทนประสบการณ์นั้นได้ ซึ่งเป็นประเด็นหลักของธุรกิจ  หรือถ้าจะเป็นประเด็นต่อไปว่า  ข้อได้เปรียบเรื่องการให้ประสบการณ์ที่ดีที่ยั่งยืนที่สำคัญสำหรับธุรกิจร้านอาหารกับ รูปแบบธุรกิจใหม่ของเรา ?”

นับตั้งแต่เปิดตัวในปีพ. ศ. 2556 จนถึงตอนนี้ Farmer’s Fridge  ได้ติดตั้งตู้จำหน่ายสินค้า 200 ตู้ตลอดชิคาโกและมิลวอกี      ตู้จำหน่ายสินค้า Farmer’s Fridge  สามารถพบได้ในสนามบิน โรงพยาบาล และร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิม เช่น ร้านขายยา    ร้านสะดวกซื้อและร้าน Amazon Go ในชิคาโก แต่ละสถานที่จัดเก็บอย่างน้อยห้าวันต่อสัปดาห์ในขณะที่สนามบินจะเก็บไว้      7 วันต่อสัปดาห์ Farmer’s Fridge มีรูปแบบรายได้ที่หลากหลาย  ตั้งแต่การได้รับเงินทุนสนับหนุน  ไปจนถึงหุ้นรายได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับคู่ค้าทางธุรกิจ

แซนเดอร์กล่าวว่า  มีความแตกต่างด้านพฤติกรรมลูกค้า  แต่ละทีล้วนแตกต่างกันจริงๆ  ในโรงพยาบาลสนใจที่จะมีสิ่งอำนวยความสะดวก ตอนกลางคืน สำหรับพนักงานที่ไม่มีโรงอาหาร (แต่ไม่ค่อยได้ทำกำไรมาก)  ที่สนามบินนานาชาติโอแฮร์  มีเส้นทางการเดินทางและผู้คนเป็นจำนวนมาก  ส่วนแบ่งรายได้ก็มีมาก   หรือถ้าตั้งที่ร้านค้าปลีกบางแห่ง รายได้ก็อาจจะถูกแบ่งส่วนไปยังสถานที่เหล่านั้น ”

แอปพลิเคชันจะเป็นเทคโนโลยีที่มาช่วย Farmer’s Fridge  เพื่อให้ผู้ซื้อหาตำแหน่งตู้ขายสินค้าของ Farmer’s Fridge  พื้นที่เก็บของตู้เย็น  และช่วยให้สามารถสำรองอาหารไว้ที่ตู้ขายสินค้าก่อนเวลาจะหมด  และนี่ก็คือความสำเร็จทางเทคโนโลยีที่แท้จริง เป็นอุปกรณ์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่รันเฟิร์มแวร์และมีอินเทอร์เฟซ ผู้ใช้แอพจะได้ใช้ฟีเจอร์ที่มีรูปแบบกราฟฟิกใช้ง่าย  ทำโครงสร้างพื้นฐานข้อมูล ระบบคลาวด์

ในปีหน้าแผน Farmer’s Fridge  จะขยายไปในระดับภูมิภาคและเปิดตัวในภูมิภาคเพิ่มเติม และแผนระยะใกล้  Farmer’s Fridge  คาดว่าจะเติบโตจากทีมงานที่มี 130 คน ณ ปัจจุบัน จะมีพนักงานประมาณ 200 คน ภายในสิ้นปีหน้า

แปลและเรียบเรียงจาก Techcrunch

Comments are closed.