3 ปฏิวัติการเปลี่ยนแปลงสำคัญของธุรกิจค้าปลีก เพื่อเข้าสู่ยุดดิจิทัล

Technology

การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่กำลังเข้ามาปฏิวัติอุตสาหกรรมค้าปลีกทำให้เกิดความท้าทายและโอกาสใหม่ ๆ ผู้ค้าปลีกที่ใช้เทคโนโลยีเพื่อการทำงาน  จะเห็นประสิทธิภาพมากขึ้น

ลูกค้ามีความสุข และผลกำไรที่ดีขึ้น นี่คือการปรับปรุงเทคโนโลยีสามประการที่ผู้ค้าปลีกที่จะประสบความสำเร็จ

1.ดูแลและจัดเก็บข้อมูลโดยใช้ระบบ CLOUD   

การจัดเก็บข้อมูล ซอฟต์แวร์ และการทำงานร่วมกันเป็นหัวใจสำคัญในการนำธุรกิจค้าปลีกของคุณ โซลูชันที่ใช้ระบบคลาวด์เช่น Microsoft Dynamics for Retail ช่วยให้การดำเนินธุรกิจค้าปลีกของคุณง่ายขึ้นได้หลายวิธี อาทิเช่น

  • ปรับขนาดพื้นที่จัดเก็บข้อมูลได้แบบขึ้นหรือลงตามความจำเป็น ตัวอย่างเช่น คุณสามารถปรับขนาดซอฟต์แวร์บนระบบคลาวด์ของคุณในช่วงเทศกาลชอปปิ้ง ช่วงเทศกาลวันหยุดที่ยุ่งเหยิงจากนั้นกลับมาลดลงในช่วงเดือน ที่ยอดขายช้าลงหรือเมื่อมีพนักงานใช้ระบบน้อยลง
  • ปรับปรุงซัพพลายเชนของคุณ เนื่องจากเครื่องมือที่ใช้ระบบคลาวด์เช่น Microsoft Dynamics 365 ทำให้คุณสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ทุกแห่งคุณสามารถตรวจสอบปัจจัยต่างๆเช่นระดับพื้นที่โฆษณาความต้องการของลูกค้าและสถานะการจัดส่งได้แบบเรียลไทม์
  • เร่งความเร็วการให้บริการ โดยเทคโนโลยีคลาวด์กับอุปกรณ์โทรศัพท์มือถือช่วยให้พนักงานขายร้านค้าสามารถประหยัดเวลาได้ พนักงานค้นหาข้อมูลสำหรับลูกค้าได้อย่างรวดเร็วตรวจสอบระดับสต็อก หรือแม้กระทั่งยอดขายที่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง
  • เสริมสร้างความปลอดภัย มองหาเทคโนโลยีคลาวด์ที่สร้างขึ้นเพื่อการค้าปลีกและมีการรักษาความปลอดภัยระดับองค์กรเพื่อรักษาข้อมูลการชำระเงินของลูกค้าให้ปลอดภัย โซลูชันที่เหมาะสมจะมีความปลอดภัยมากกว่าที่คุณสามารถทำได้โดยจัดเก็บข้อมูลบนเซิร์ฟเวอร์ของคุณเอง

2.คำนึงถึงการใช้มือถือของลูกค้า

ตามข้อมูลเชิงลึกของ Adobe Digital Insights การช็อปปิ้งในห้างครึ่งปีที่ผ่านมาได้รับแรงสนับสนุนจากมือถือ  ตั้งแต่นักช้อปยุค Millennials ไปจนถึง ยุคคุณพ่อคุณแม่ ผู้ซื้อใช้โทรศัพท์มือถือในการค้นคว้าค้นหาร้านค้า และขอเส้นทางไปร้านจนกระทั่ง เพื่ออ่านรีวิวผลิตภัณฑ์ค้นหาคุณสมบัติและเปรียบเทียบราคา และนี่คือสิ่งที่คุณต้องรีบปฏิวัติ เพื่อให้ได้ไปอยู่ในมือถือของลูกค้าคุณ

  • การให้บริการฟรี Wi-Fi ทำให้ลูกค้าสามารถใช้สมาร์ทโฟนในร้านได้ง่ายโดยตั้งค่า Wi-Fi ฟรี (เก็บไว้ในเครือข่ายแยกต่างหากจากการเชื่อมต่อ Wi-Fi สำหรับธุรกิจเพื่อความปลอดภัย)
  • พึงระลึกถึงอยู่เสมอว่า เพิ่มการสร้างการตลาดบนมือถือด้วยการสร้างเว็บไซต์ที่เหมาะกับอุปกรณ์สมาร์ทโฟน และใช้การตลาดแบบความภักดีแบบดิจิตอลที่ลูกค้าสามารถเข้าถึงได้จากสมาร์ทโฟน
  • การตลาดอยู่ในกระเป๋าของลูกค้า เมื่อลูกค้าร้านลงชื่อเพื่อรับข้อความจากร้านค้าของคุณไว้แล้ว  จากนั้นการใช้เทคโนโลยี geofencing (เทคโนโลยีที่นำมาเป็นเครื่องมือพิกัดภูมิศาตร์เสมือนจริงที่นำมากำหนดเพื่อให้ค่าข้อมูลที่ตั้งไว้ล่วงหน้า)  เพื่อส่งคูปองโปรโมชันและข้อเสนอพิเศษเมื่อพวกเขาอยู่ใกล้หรือในร้านของคุณ (หรือแม้แต่ร้านค้าของคู่แข่งของคุณ)
  • เปลี่ยนประสบการณ์การช็อปปิ้ง ด้วยการให้แท็บเล็ตในร้านเป็นพนักงานขายแทนคุณ  เพื่อให้ลูกค้าสามารถค้นหาข้อมูลผลิตภัณฑ์ ตรวจสอบสต๊อกสินค้า ส่งคำสั่งซื้อ หรือใช้ข้อเสนอพิเศษส่งเสริมการขายได้ทันที
  • ปรับปรุงการรายงานการขายของร้านให้ทันสมัย โดยนำระบบเทคโนโลยีการชำระเงินผ่านมือถือเข้ามาใช้ลิ้งค์ตรงสู่ระบบการคิดเงินของระบบร้าน ถ้าคุณต้องการเร่งยอดขาย (และดึงดูดผู้ซื้อยุค Millennial) คุณควรยอมรับการชำระเงินผ่านมือถือผ่าน Apple Pay และ Google Wallet

3.สร้างประสบการณ์แบบ Omnichannel แบบไร้รอยต่อระหว่างออนไลน์และออฟไลน์

ขณะนี้ดูเหมือนว่า การค้าขายแบบอีคอมเมิร์ซอย่างเดียวอาจจะดูล้าสมัยไปแล้ว การค้าปลีกออนไลน์ และการค้าขายแบบร้านค้าแบบออฟไลน์  จะรวมกันเป็นหนึ่งในโลก omnichannel โดยที่ลูกค้าของคุณจะเริ่มทำค้นหาผลิตภัณฑ์บนแท็บเล็ตที่บ้าน  เลือกผลิตภัณฑ์ใส่ในรถเข็น ช็อปปิ้งออนไลน์บนแท็บเล็ต  แล้วมุ่งหน้าไปที่ร้านเพื่อสัมผัสและดูสินค้าก่อนที่จะซื้อ

เพื่อให้ได้ประสบการณ์ที่แบบไร้รอยต่อ และเชื่อมโยงกัน ตามที่ลูกค้าของคุณต้องการ:

  • สร้างความแข็งแกร่งให้กับพนักงาน โดยเปลี่ยนจากพนักงานขายปลีกปกติ ไปเป็นตัวแทนบริการลูกค้าของร้าน ใช้เทคโนโลยีคลาวด์ ทำให้โทรศัพท์มือถือของพนักงานสามารถค้นหาข้อมูลที่ต้องการได้อย่างรวดเร็วเพื่อตอบคำถามของลูกค้าหรือช่วยแก้ปัญหา
  • ลดความซับซ้อนของประสบการณ์การช็อปปิ้ง ลูกค้าจำนวนมากสั่งซื้อสินค้าทางออนไลน์และเลือกที่จะไปรับสินค้าที่หน้าร้าน หรือบางคนต้องการสั่งซื้อทางออนไลน์และส่งคืนสินค้าคืนไปยังร้านค้าหากไม่พอใจสินค้า หลีกเลี่ยงความสับสนและทำให้ลูกค้าพึงพอใจกับโซลูชันระบบคลาวด์เช่น Microsoft Dynamics for Retail โดยเจ้าของร้านสามารถติดตามการขายได้ สต๊อก คำสั่งซื้อของลูกค้า  หรือข้อมูลการชำระเงินและอื่น ๆ ทั้งหมดในที่เดียว ภายในที่เดียว
  • การบริการแบบส่วนตัว ลูกค้าต้องการความเป็นส่วนตัวไม่ว่าจะเป็นออนไลน์หรือการบริการในร้าน โซลูชันการจัดการความสัมพันธ์ลูกค้า (CRM) เช่น Microsoft Dynamics CRM ทำให้การปรับข้อมูลเป็นแบบส่วนตัว  โดยการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมการซื้อของลูกค้า  การโต้ตอบกับโซเชียลมีเดียการใช้คูปองและการส่งเสริมการขายและอื่น ๆ ใช้สิ่งที่คุณเรียนรู้เพื่อเข้าถึงลูกค้าไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนออนไลน์หรือออฟไลน์

ทำทุกอย่างให้ง่ายเข้าไว้ 

กุญแจสำคัญในการทำให้เพิ่มศักยภาพทางเทคโนโลยีโดยการทำให้ระบบใช้งานง่าย ลูกค้าใช้งานง่าย  และธุรกิจได้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นจากข้อมูลที่มีอยู่  ไม่ว่าจะเป็รการเลือกใช้เครื่องมือที่ใช้อินเทอร์เฟซที่คุ้นเคยเช่น Microsoft Office 365 หรือโปรแกรมประยุกต์ต่างๆ  หรือ มองหาที่ปรึกษาทางเทคโนโลยีที่มีความเข้าใจ งานธุรกิจที่ต้องการปฏิวัติศักยภาพเพื่อพร้อมรับยุคดิจิตัล

แฮนด์ดี้วิง ผู้ให้คำปรึกษาและวางระบบธุรกิจในยุคดิจิตอล

เรียบเรียงและแปลจาก

Credit by : www.allbusiness.com

Comments are closed.